ผมรักในหลวงที่สุดในโลก

วันพฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2553

สมิหลาพอเพียง กลุ่มทุ่งขมิ้น

            วันนี้เราได้รับโอกาสดีที่ทางพัฒนาชุมชนอำเภอนาหม่อมได้ให้โอกาส แก่หมู่ที่๔ ตำบลทุ่งขมิ้น อำเภอนาหม่อม ซึ่งเป็น ๑ หมู่บ้านในหลายๆ หมู่ที่ได้รับเลือกเช่นเดียวกัน จากประสบการณ์ที่ได้เห็นมากับตาหรือบางครั้งก็เห็นตามข่าวต่างๆ ที่มักพูดบ่อยถึงการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หรือ โครงการต่างๆ ที่เกี่ยวกับเกษตรกรเอาของมาแจกแล้วก็หายกันไป เอาของมาให้แต่ก็ใช้ไม่เป็น วันนี้สิ่งของที่ได้รับไม่ว่าจะเป็นไก่ไข่ ปลาดุก ต้นผักเหรียง ถังสองร้อยลิตร ถั่วงอก เพื่อสร้างเสริมรายได้หรือแม้กระทั้งลดรายจ่ายก็ตนเองก็ตาม แต่ขอถามหน่อยครับว่า ใครคิดว่าเอาไปแล้วเลี้ยงกันรอดหรือป่าว โดยเฉพาะปลาดุก แล้วถ้าเลี้ยงปลาดุก อาหารที่ใช้ คืออะไร ถ้าเราชื้ออาหารมาเลี้ยงเพียงอย่างเดียว อย่าพึ่งคิดไปว่าเลี้ยงแล้วจะได้ทุนคืน ดีไม่ดีอาหารไม่ทันหมดปลาตายหมดก่อน จากสร้างเสริมรายได้ กลายเป็น การเสริมรายจ่ายมากกว่า วันนี้โชคดีหลายรายการเพราะได้รับเกียรติจากเจ้าหน้าที่พัฒนาที่ดินเขต ๑๒ จังหวัดสงขลา เข้ามาร่วมรายการ และผู้ที่เข้ามาใหม่ซึ่งตนเองก็ได้ประกอบอาชีพในด้านเลี้ยงไก่ไข่และเลี้ยงปลาดุก จนมีประสบการณ์ที่สามารถแบ่งปันแก่คนอื่นๆ ได้ ในกลุ่มของเรา ๓๐ หลังคาเรือน บางคนก็ไม่มีประสบการณ์มาก่อน แต่เรามีภูมิปัญญาในท้องถิ่นเช่น พี่โรจน์ในการเลี้ยงปลาดุก พี่ศักดิ์ไก่ไข่ พี่สุมาลีทำน้ำยาเอนกประสงค์ ก็น่าจะปรึกษากับคนอื่นๆ ที่อยู่ในชุมชนเดียวกัน ที่ใกล้ๆ กันได้ ขอขอบพระคุณไปยังพี่เอมอร ขจรวงษ์ นักวิชาการพัฒนาชุมชนจากพัฒนาชุมชนอำเภอ ที่อาสาจะนำวิทยากรหรือเจ้าหน้าที่จากปศุสัตว์มาในความรู้แก่ชุมชนในโอกาสต่อไป ก็ต้องกราบขอบพระคุณพี่เจ้าหน้าที่ทั้งสองในนามของ “ข้าราชการ”  ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ได้สมกับคำว่าข้าราชการ ซึ่งถ้ามีแบบอย่างดีๆ อย่างนี้ให้เต็มบ้านเต็มเมือง ปู่ไทย ก็คงหลับสบายไม่ต้องออกมาร้องเพลงให้ฟัง











ครับเข้าเรื่องดีกว่าที่ต้องขยายฐานครอบครัวเพราะมีน้อยในการทำงานรวมกันเป็นทีมให้สำเร็จได้โดยเฉพาะชุมชน ทั้งนี้วิธีมันมี วิธีที่ถูก วิธีที่ดี ใน ๓๐ ครัวเรือนที่เป็นผู้นำร่อง ก็ต้องเป็นผู้นำให้ได้ข้อแรกพวกเราต้องมีความเห็นตรงกันอย่างแท้จริง ว่าสิ่งที่เรากำลังจะทำ โครงการสมิหลาพอเพียง เป็นโครงการที่นำศาสตร์ของพระเจ้าอยู่หัวมาปฏิบัติ เราทุกคนจึงต้องทำความรู้จักศาสตร์แห่งความพอเพียงให้ลึกซึ้งอย่างแท้จริง การแสดงความรักต่อในหลวง ซึ่งหลายกรรมหลายๆวาระ ก็มีการแสดงออกไปในหลายๆรูปแบบ แต่ชุมชนทุ่งขมิ้นเองได้รับโครงการนี้มาก็ต้องปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมให้จงได้ ไม่ต้องไปหาวิธีอื่นๆให้มากมายหรอกครับ ก็เปิดตาเปิดใจ ดูคนที่ได้ทำสำเร็จมาแล้ว แล้วก็ทำตามคนนั้นๆ หรือชุมชนนั้นไป ดังพระราชดำรัส ตอนหนึ่งว่า
“ตัวอย่างของความสำเร็จ ดีกว่าคำพูดเป็นร้อยเป็นพันคำ” วันก่อนผมก็ได้พูดเปิดประเด็นไปแล้วในเรื่องของความพอทั้งสี่ คือ ๑.พออยู่ ๒.พอกิน ๓.พอใช้ ๔.พอร่มเย็น วันนี้ ทางราชการได้นำสิ่งของมาเพิ่มเติมให้ในเรื่อง พอกิน พอใช้ และ เมื่อเรารู้จักกันเองในชุมชนมากขึ้น ความพอที่จะตามมามีอีก ๓ พอ คือ ๕.พอพลังงาน ซึ่งได้จากการเผาถ่าน วันก่อนต้นยางล้มพ่อตาขายไป ๔๐๐ บาท ก็คงเป็นต้นสุดท้ายที่จะขาย ลองคิดดูน่ะครับว่าต้นยางเอากิ่งมาเผาถ่าน ผมว่าลืมแก๊สไปหลายเดือน ๖.พอพัฒนาคน อันนี้พวกเราก็กำลังปฏิบัติกันอยู่ คือการยอมรับฟังกันเอง ใครเก่งทางไหนก็มาบอกมาสอนต่อคนอื่น สิ่งเหลานี้จะทำให้เกิดฑิฐิสามัญตา คือการยอมรับแนวความคิดตรงกันและเชื่อฟังกัน มีการแลกเปลี่ยนและได้ข้อสรุปนำไปสู่การปฏิบัติที่ตรงกัน และสุดท้ายเป็นหน้าที่ของผมต้องเริ่มก่อนคือ ๗. พอสื่อสาร อันนี้ก็เอาสิ่งที่ผมเห็นว่าดี ว่าถูก ว่าทำได้ มาบอกมาเผยแพร่ หรือเห็นใครในชุมชนพอจะเป็นหัวเรียวหัวแรง ก็เชิญชวนกันมา ผมอยากจะให้หลายๆคนมาเห็นมาสำผัส แค่การได้ตักข้าวให้พ่อให้แม่กิน ยกข้าวยกน้ำ นั้งกินกันพร้อมหน้าพร้อมตา พ่อแม่ลูกหลาน มันก็มีความสุขในระดับหนึ่งแล้ว
            การที่ผมขยายโอกาสตรงนี้ออกไป จาก ๓๐ หลังคาเรือนเป็น ๔๐ หลังคาเรือน และหากใครทำสำเร็จก็ขยายต่อๆกันไป ไม่นาน ชุมชนนี้จะน่าอยู่ น่าอยู่ตรงไหน ตรงที่เรารู้ว่า จะกินอะไรไปเอาที่ไหน จะใช้อะไรไปเอาที่ไหน อยากจะรู้เรื่องอะไรไปบ้านใคร แค่นี้ก่อนครับที่มองเห็นได้ชัด อย่างวันนี้จะต้มไข่พะโล้ไปทำบุญสัก ๕๐ ใบ ก็ไปบ้านพี่ศักดิ์ จะทำน้ำยา สบู่ ก็ไปบ้านพี่สุมาลี จะเอาถ่านก็บ้านผมเอง สังคมนี้ได้เกิดขึ้นแล้ว แต่เราต้องสร้างให้เข้มแข็งและดำรงค์อยู่ตลอดไปให้ได้
            สุดท้ายต้องขอขอบพระคุณที่ท่านได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี กิจกรรมในวันนี้เราได้รับความรู้อีกอย่างหนึ่งคือการทำปุ๋ยหมักอย่างง่าย โดยวิทยากรจากสถานีพัฒนาที่ดินเขต ๑๒ พร้อมทั้งได้รับแจก เอกสาร สารเร่ง พด. ตลอดจนการสาธิตให้ปฏิบัติได้จริงเพื่อนำไปทำปุ๋ยใช้เองอย่างง่ายๆ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กลุ่มพวกเราคงจะไม่มีใครที่ไปซื้อ ตระไคร้ ข่า ขมิ้น ที่ตลาดกันอีกน่ะครับ
สวัสดี

รับงานเครื่องเสียง ตัดหญ้า ซ่อมคอมพิวเตอร์ เดินสายไฟ วางระบบแลน  ระบบไร้สาย กล้องวงจรปิด เป็นงานอดิเรกครับ


อ้อเกือบลืม ขอบคุณคณะ อสม.ทุ่งขมิ้นด้วยที่มาฉีดยาป้องกันยุ่งลายและแจกสารกำจัดยุ่งลายด้วยครับ
ในวันนี้กลุ่มทุ่งขมิ้นเองแม้ว่าจากเดิมก็ได้ทำกิจกรรมในครัวเรือนที่เป็นการสร้างเสริมความมั่นคงให้แก่ครอบครัว ทั้งเลี้ยงไก่เลี้ยงเป็ด เลี้ยงวัว และยังปลูกพืชผักที่ใช้กินในครอบครัว ในโอกาสที่เจ้าหน้าที่จากภาครัฐได้เข้ามาช่วยเสริมความรู้ให้อีก ก็นับว่าชุมชนคงจะได้รับการพัฒนาที่ดีขึ้นในโอกาสต่อไป และยังมีกิจกรรมเสริมอื่นาต่อยอดไปเรื่อยๆ ไม่หยุดนิ่ง สักวันหนึ่งกลุ่มทุ่งขมิ้นเองก็จะมีองค์ความรู้ ภูมิปัญญาที่ใช้สืบสานต่อให้ความมั่นคงแก่ลูกหลานต่อไป

วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

โรงเรียนพ่อแม่ อีกหนึ่งบริการที่ดีของชุมชน

โรงเรียนพ่อแม่ 
คลินิกฝากครรภ์

ทำไมต้องมีโรงเรียนพ่อแม่
             เด็ก วัย 0-5 ปี อยู่ในระยะสำคัญของชีวิต เป็นวัยรากฐานของการพัฒนาความเจริญเติบโต ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา   โดยเฉพาะด้านสมอง ซึ่งเติบโตถึงร้อยละ 80 ของผู้ใหญ่ เป็นวัยที่มีความสำคัญเหมาะสมที่สุด ในการปูพื้นฐานเพื่อยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิต นอกเหนือจากการอยู่รอดปลอดภัย โดยเฉพาะ 2 ปีแรกของชีวิตซึ่งเป็นระยะที่ร่างกายและสมองมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จำเป็นต้องได้รับการเลี้ยงดูที่ดีที่สุดทั้งด้านร่างกายและสมอง เพื่อส่งเสริมพัฒนาการรอบด้าน รวมทั้งการกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาได้เต็มศักยภาพ หากเด็กในวัยนี้ได้รับการดูแลให้เกิดการพัฒนาทางด้านจิตใจ ความคิด และสติปัญญาอย่างถูกต้อง โดยมีครอบครัวเป็นหลักเหมาะสมกับวัยแล้ว เด็กจะเติบโตมาเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคม และประเทศชาติต่อไป
ความหมายของโรงเรียนพ่อแม่
            โรงเรียน พ่อแม่หมายถึง บริการท่จัดขึ้นสำหรับการให้ความรู้พ่อแม่ ดำเนินการในสถานที่จัดไว้ให้เป็นสัดส่วน อาจอยู่ในอาคารหรือนอกอาคารของสถานบริการสาธารณสุข มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการสอนพ่อแม่ สงบเงียบ ไม่มีบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเดินผ่านไปรบกวนให้ขาดสมาธิ แสงสว่างเพียงพอ มีบรรยากาศการให้ความรู้ที่เป็นกันเอง มีกระบวนการสอนที่ผู้รับอบรมมีส่วนร่วมที่มุ่งเน้นเพื่อให้พ่อแม่มีความรู้ เจตคติ และทักษะในการอบรมเลี้ยงดูเด็ก โดยมีหลักสูตร สื่อ แผนการสอนที่ชัดเจนในทิศทางเดียวกัน เพื่อมุ่งหวังให้เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการสมวัยทั้งร่างกายและอารมณ์
แนวทางการสอนของโรงเรียนพ่อแม่    
            การสอนในโรงเรียนพ่อแม่มุ่งให้ความรู้แก่พ่อแม่ ใน 3 ระยะ
             1.ระยะแม่ตั้งครรภ์ การ ให้ความรู้แก่พ่อแม่อย่างน้อยสองครั้ง คือครั้งแรกที่มาฝากครรภ์ ในช่วงอายุครรภ์น้อยกว่า 28 สัปดาห์ และครั้งที่สอง เมื่ออายุครรภ์ 32 สัปดาห์ขึ้นไปหรือระยะใกล้คลอด
             2.ระยะหลังคลอด 1-3วัน การให้ความรู้ขณะที่แม่หลังคลอดยังพักฟื้นภายในโรงพยาบาล โดยนำพ่อเข้าร่วมรับความรู้ด้วย
             3.ระยะที่พ่อแม่นำเด็กมารับบริการที่คลินิคสุขภาพเด็กด ระยะเวลาที่ให้ความรู้
                  ครั้งที่1 ช่วงเด็กอายุ 2-4 เดือน
                  ครั้งที่ 2 ช่วงเด็กอายุ 6 เดือน ถึง 1 ปี
                  ครั้งที่ 3 ช่วงอายุ 1-2 ปี
                             ครั้งที่ 4 ช่วงอายุ 3 ปีขึ้นไป




โรงเรียนพ่อแม่ อีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่คนสังคมเมือง ต้องหันมามองสังคมชนบทในปัจจุบัน
ได้มีโอกาสเข้าร่วมหลักสูตรโรงเรียนพ่อแม่ของโรงพยาบาลอำเภอนาหม่อม เริ่มจากการตรวจครรภ์ ซึ่งตอนแรกก็ต้องแปลกใจที่ให้ไปตรวจเบื้องต้นที่อนามัยหมู่บ้าน ความรู้สึกไม่ดีก็เกิดขึ้นเพราะเข้าใจว่าอนามัยไม่มีความสามารถพอที่จะรองรับเรื่องการดูแลคนท้องได้ ในความรู้สึกว่าถ้าตั้งท้องแล้วจะต้องโรงพยาบาลประจำจังหวัดเท่านั้นที่จะดูแลเรื่องนี้ได้  และสุดท้ายเมื่อมาพบเจ้าหน้าที่ตั้งแต่อนามัยจนถึงโรงพยาบาลนาหม่อมก็ได้รับความประทับใจ เพราะเจ้าหน้าที่เขาอธิบายแนวทางในการดูแลผู้ตั้งท้องดีกว่าฝากพิเศษเสียอีก อย่างน้อยโครงการโรงเรียนพ่อแม่ คลินิกฝากครรภ์ ของกลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน อาจจะเป็นเรื่องใหม่ที่จะต้องประชาสัมพันธ์กันอีกมาก เพราะความเชื่อเก่าๆที่คนเราจะมีลูกทั้งทีจะต้องไปฝากครรภ์กับโรงพยาบาลดีๆ ดังๆ หมอเก่งๆมีชื่อเสียง แต่ที่สัมผัสมา ก็เหมือนกับหลายๆท่าน คือไปฝากปุ๊มอัตตร้าซาวบั้บ ได้ฟิมล์มาเห็นรูปทารกตัวน้อยๆ พร้อมใบสั่งยาแล้วประโยคง่ายๆว่า “ลูกคุณแข็งแรงดีครับ แล้วเดือนหน้าก็มาตามนัดน่ะครับ สวัสดี”
แค่นี้ก็เป็นปลื้มสำหรับคนเป็นแม่แล้ว ตลอดระยะเวลาการฝากท้องก็ไม่ได้มีการให้ความรู้แบบรอบด้าน เพียงแต่มุ่งไปในด้านการดูแลเด็กในท้องและร่างกายแม่เพียงด้านเดียว เรียกว่าใช้สถิติการเจริญเติบโตของลูกในท้องมาเป็นเครื่องมือให้เกิดความน่าเชื่อถือมากกว่า ประกอบกับสถานที่สวยหรู เครื่องมือเครื่องใช้ทันสมัยยิ่งทำให้เกิดความมั่นใจเข้าไปอีก นั่นคือความจริงที่เกิดขึ้นในสังคมเมืองในปัจจุบัน
            กลับมาสู่เรื่องโรงเรียนพ่อแม่ดีกว่า วันนี้ขอเป็นกระบอกเสียงอีกหนึ่งแรง และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน โรงพยาบาลนาหม่อม เริ่มจากพี่ รัชนี จันทร์รอด(ป้าดุ้ย) ผู้อธิบายและแนะนำให้รู้จักกับโรงเรียนพ่อแม่ พี่นวลรัตน์ นาคะเสณีย์ งานสุขภาพจิตของหญิงตั้งครรภ์ ที่ให้แนวคิดและแนวทางตลอดจนเป็นที่ปรึกษาสำหรับพ่อแม่มือใหม่ หรือมือเก่า ก็น่าจะไปฟังพี่เขาดูบ้าง เสียดายที่พี่เอกวางมือจากผู้ทำสื่อไปจับมีดกรีดยางเลยเตรียมอุปกรณ์ในการบันทึกไปไม่พร้อม ถ้าพร้อมมากกว่านี้คงมีสะเก็ดข่าวแน่ๆ ตอนปะทะคารมระหว่างพ่อที่ทั้งสูบบุหรี่และดื่มเหล้า มีลูกแล้วแต่ก็ไม่คิดจะเลิก ต่อมาพี่อัญชลี โพธิวัฒ มาสอนเรื่องการดูแลสุขภาพในช่องปากทั้งแม่และลูก สอนทั้งวิธีแปรงวิธีจับลูกทั้งแบบสองคนช่วยกัน หรือแบบคนเดียวก็ได้ก็นับว่านานแล้วที่ไม่ได้เห็นภาพแบบนี้ ต่อไปก็คือน้องณัฐิยา สุวรรณมณี มาสอนและสาธิตวิธีออกกำลังกายขณะตั้งครรภ์ และพี่ประไพ สุวรรณสุนทร เรื่องการเตรียมตัวก่อนคลอดบุตร สุดท้ายสรุปงานโดยพี่ภัณฑิรา  โมสิกะ ผู้รับผิดชอบงานแม่และเด็กระดับอำเภอ ที่มาสังเกตการณ์และร่วมชี้แนะยกประเด็นในการพูดคุยในบรรยากาศเป็นกันเอง ต้องยอมรับว่าโครงการนี้ดีจริงๆ ดีจนต้องเชิญชวนไปยังคุณแม่ในสังคมเมือง ที่ต้องนั่งรอคิวเป็นครึ่งวันเพื่อการฝากท้องในโรงพยาบาลดีๆ ดังๆ แล้วไม่ได้รับการแนะนำตลอดจนการดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควร 
   สุดท้ายพี่เอกฝากบอกมาว่าเสียดายคุณพ่อที่ไม่ได้ไปร่วมรับการอบรม เพราะติดกับปัญหาของการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือพนักงานบริษัท ลูกจ้างชั้นแรงงานที่ไม่สามารถลางานไปได้ มันมีเรื่องที่น่าสะเทือนใจมากกว่านี้อีกสำหรับคนทำงาน ที่ไม่ค่อยจะมีเวลา แม้บ้างครั้งการลางานเพื่อเคารพศพพ่อแม่ที่เลี้ยงดูมาตลอดชีวิตแทบไม่มีเลยเพราะต้องทำงาน จึงขอฝากไปยังเจ้าหน้าที่ในภาครัฐที่มีอำนาจ จะเป็นไปได้ไหมที่ออกข้อกำหนดหรือให้สิทธิ ในการลาหยุดงานได้ซักครึ่งวันเพื่อมีเวลามารับรู้ข้อมูล แนวคิดแนวปฏิบัติเพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่ครอบครัว มันนานมาแล้วน่ะสำหรับคำพูดที่ติดปากว่า ครอบครัวคือสถาบันแรกและเป็นสถาบันหลักที่จะทำให้ประเทศชาติมีความมั่นคง  
ในทางปฏิบัติจริงแม้แค่เวลาเพียงครึ่งวันเพื่อให้ผู้ชายคนหนึ่ง ผู้หญิงคนหนึ่ง และประชากรที่จะเกิดมาเป็นลูกหลานไทยในท้องอีกหนึ่ง อยู่ร่วมกันในนาม “ครอบครัว”
สวัสดี
               

วันพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ทำหน้าที่แม่และลูกได้ถ้าพอเพียง

วันนี้บอกได้เลยค่ะว่าได้อยู่ดูแลพ่อแม่ และลูกของตนเองได้
เรียนจบตอนนั้นก็มีงานทำเลย เลือกได้ว่าจะไปทีไหนทีแรกคิดว่าชีวิตรับราชการคงจะดีที่สุดให้ตอนนั้น แต่ก็เหมือนกับหลายๆคนที่เจอะปัญหาเดียวกันคือเรื่องเส้นสาย มันก็จริงในสังคมไทยที่นับว่าดีบางไม่ดีบางเพราะเป็นแบบสังคมอุปถัมถ์ ช่วยเหลือเกื้อกุลกัน เป็นญาติก็ต้องช่วยใว้ก่อนเอาหล่ะผ่านแล้วก็ผ่านไป จึงเปลี่ยนความคิดเป็นพนักงานบริษัทฯดีกว่าได้เงินเยอะดี ก็ทำไปทำไป ดีที่รู้จักเก็บเงินเป็นก็ไม่ลำบาก แต่งงานเลยลาออกไปช่วยแฟนที่บริษัทฯซึ่งเป็นของตนเอง ก็สบายดีดูโน่นดูนี่ไปเรื่อยๆ แต่พอแฟนเลิกกิจการแล้วบอกว่าจะกลับบ้านทำสวนทำไร่ดีกว่า (แฟนก็คือพี่เอก วิทยากรนั้นล่ะค่ะ)งงๆ กับแกเหมือนกันเพราะรู้จักกันมาแกก็เป็นผู้จัดการบริษัทฯมาตลอด บางบริษัทได้รับตำแหน่งถึงผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด จบไฟฟ้า เก่งคอมฯ ซ่อมรถเป็น ประปาแตกซ่อมได้ ก็โอเคดี แต่จะกลับบ้านไปทำสวนคิดไม่ออกในตอนนั้น
ตอนกลับมาใหม่ ๆ แฟนก็มาปรับสภาพดินบาง เผาถ่าน เอาน้ำส้มควันไม้บาง ทำปุ๋ยบาง ก็ดูๆ คิดๆ เหมือนกันว่าจะไหวหรือป่าว แต่อัศจรรย์ก็มีจริงสวนยางข้างบ้าน ที่เปอร์เซ็นต์น้ำยางอยู่ที่ไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ กว่า ๑๐ ปี พี่แกปรับขึ้นมา ๔๐ เปอร์เซ็นต์ได้ จากคนที่ไม่เคยเรียนเกษตรมาก่อน คำพูดแรกๆ ที่แกพูดบ่อยคือ “ถ้าทำให้ดินดีแล้วปลูกอะไรก็ดีไปหมด” ต่อมา ต้นมะนาวที่ไม่เคยมีลูก ก็ออกดอกออกผลมาให้ได้กินจนเหลือขายแล้วในวันนี้ ยังไม่ร่วมถึง ต้นฝรั่ง ต้นพริก ต้นกล้วย ฯลฯ ที่ตาม ๆ กันมา จนวันหนึ่งแกก็ชวนให้ไปดูงานที่แกทำที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ ตำบลสองสลึง อ.แกลง จ.ระยอง
ไปกันวันแรกแกก็จะกางเต้นท์นอนที่ห้องประชุม แต่ผู้ใหญ่สมศักดิ์ เครือวัลย์ ห้ามไว้และบอกอย่างดุๆ ว่า พาลูกมาเมียมาลำบาก แล้วยังให้นอนลำบากอีก ท่านผู้ใหญ่สมศักดิ์ เลยให้ไปนอนที่เรือนพักแทน ในการอบรมมีกระบวนการปรับเปลี่ยนแนวคิดใหม่เกือบหมด ฟังแรกๆก็เหมือนเรื่องเก่าๆที่ได้ยินกันบ่อยๆ รู้แล้วรู้อีกอะไรอย่างนั้น บางวิชาก็น่าสนใจเพราะวัสดุเรามีในบ้านเช่น มะพร้าว ซึ่งก็มีประมาณ ๒๐ ต้น ก็เลยสนใจจะทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นไว้ขาย แต่แฟนก็เบรกอีกบอกให้ทำใช้เองก่อน ถ้าทำดีจริงชำนาญจริงก็ลองแจกคนอื่นๆ หากคนอื่นบอกว่าดีก่อนแล้วถึงคอยคิดขายอีกทีหนึ่ง ต่อมาแฟนก็ให้ไปอบรมต้นกล้าอาชีพที่วัดป่ายาง ของหลวง พ่อสุวรรณ เวสโก คราวนี้เห็นธรรมจริงๆ เรียกว่าเจอะธรรมะเข้าให้แล้ว วันไปอบรมพาลูกไปด้วยให้แม่ไปเป็นพี่เลี้ยง แล้วมีคนในชุมชนไปด้วยสิบกว่าคนเลยต้องเป็นหัวหน้าทีม หลวงพ่อทั้งสอนทั้งพาไปดูงานที่ต่างๆ ตาก็สว่างขึ้นเพราะจริงๆ ทุกวันนี้ของที่อยู่ในบ้านหรือบริเวณบ้านก็ทำเงินได้แล้ว จากชีวิตที่ต้องตื่นเช้ากลับเย็น แลกค่าแรงวันละ แปดร้อยกว่า ๆ เป็นเรื่องที่เสียเวลาจริงๆ เงินแปดร้อยกับต้องจ่ายกว่าวันละ สามร้อยกว่า ๆ เพื่อไปทำงานในเวลา แปดชั่วโมง ไม่รวมการเดินทาง มีเงินเหลือเก็บอย่างเก่งก็วันละ ห้าร้อยบาท

ตอนนี้อยู่กับบ้านเลี้ยงลูกทำกับข้าวซักผ้าให้พ่อให้แม่  เก็บผัก ขูดมะพร้าวขาย ก็พอแล้ว ไม่รวมน้ำยางที่กรีดได้ในแต่ละวัน  ยอดหัวครก(ยอดใบมะม่วงหิมมะพาน) ๑๐ ยอด ห้าบาทลูกหัวครก ๘ ลูก ห้าบาท ตะไคร้ ๔ ต้น ห้าบาท ยอดตำลึง ๑๕ ยอด ๑๐บาท ใบพูล สี่แพร(เก้าสิบสองใบ) ๓๐ บาท มะพร้าวขูด กิโลละ ๓๐ บาท (ลูกครึ่ง) มะนาว ๓ ลูกห้าบาท กล้วยหวีละ ๒๐ บาท กะท้อน กิโละ ๑๐ บาท ขนุนอ่อน ถุงละ ๑๐ บาท ...พอแล้วเดี๋ยวสัมพากรมา ลองดูของที่มีในบ้านซิค่ะขายวันๆ ซัก ๕๐๐ บาทน่าจะได้ ตอนนี้ลงเป็ดไข่อีก ๕๐ ตัว ไก่บ้าน ๒๐ ตัว ไก่เบตง ๑๐ ตัว  ปลาดุก ๕๐๐ ตัว หมูหลุม ๔ ตัว (แฟนบอกเลี้ยงไว้ทำปุ๋ยอย่างเดียว) แค่อยู่กับบ้านก็น่าจะเพียงพอ หรือกว่าเกินพอ ก็พิจารณาดูเอาเถิดค่ะ ที่สำคัญอีกประการคือ อาหารเป็ด อาหารไก่อาหารปลาดุ อาหารหมู ทำเองเป็นส่วนใหญ่ค่ะ เวลาไปขายของที่หน้าโรงงาน ๔ โมงเย็น ห้าโมงครึ่งกลับบ้านใช้เวลาแค่ ชั่วโมงครึ่งกับการหาเงินห้าร้อยถึงพันบาท  ขอกราบขอบพระคุณที่ทุกท่านได้เปิดตา เปิดใจ เปิดโอกาสที่ได้รับการอบรมเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจริงๆ









เป็นกำลังใจให้แม่ทุกคนค่ะ
หยิบเครื่องมือเป็นแล้ว


ช่วยขนปูนก็ได้




ไหว้ทวดก็เป็น
 ตรุษจีนยังไหว



บางครั้งก็ต้องคุมงานด้วยตัวเอง 






 
 
 
 
 
ในวันที่ทุกคนยุ่งกับที่ทำงาน ครอบครัวเราสนุกกันดีกว่า
ธรรมชาติที่ชำเย็นไม่เคยเตรียมตัวให้วันหยุดพวกท่านหรอก
ธรรมชาติเป็นไปอย่างนั้นทุกวัน บางที่คนชอบพูดว่า
"เป็นธรรมชาติ"
การอยากได้อยากมี 
"เป็นธรรมชาติ"
การสมสู่ของคนและสัตว์
"เป็นธรรมชาติ"
การเอาเปรียบคนอื่น
"เป็นธรรมชาติ"
น้ำจากที่สูงไหลลงที่ต่ำ 
"เป็นธรรมชาติ"
"ไม่มีใครที่จะเอาชนะความเป็นธรรมชาติได้"
นอกจากธรรมะ
 เพราะถ้ามนุษย์มีธรรมะแล้ว
การไม่ได้อยากได้อยากมี การปล่อยวาง
"เป็นธรรมะ"
การไม่ประพฤติผิดในกาม
"เป็นธรรมะ"
การไม่เอาเปรียบเบียดเบียน
"เป็นธรรมะ"
การรู้ดีรู้ชั่ว
"เป็นธรรมะ"
การทำเศรษฐกิจพอเพียง
"เป็นธรรมะ"
                                                    กล่าวโดยพระชาติสิริ



 สาธุ.......